งานจักสานไม้ไผ่ เกิดขึ้นโดยการใช้ไม้ไผ่นนำมาจัก ผ่า ฉีกให้เป็นเส้นบาง ๆ แล้วนำมาขัด สาน สอด ไขว้ขึ้นโครงเป็นรูปทรงทำเป็นภาชนะ เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ จัดเป็นงานศิลปหัตถกรรมและหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีความผูกพันและอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน แสดงได้ถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาบรรพบุรุษ มีการสืบทอดกันมาแต่โบราณ มีอยู่ในทุกภาคของประเทศ ด้วยเป็นทั้งหัตถกรรมที่เป็นของใช้ในในครัวเรือนและชีวิตประจำวันจนถึงเป็นอาชีพที่เป็นแหล่งรายได้อีกด้วยการสร้างสรรค์งานจักสานไม้ไผ่ต้องใช้ทั้งภูมิปัญญาความประณีต ความละเอียดอ่อน และทักษะฝีมือ ตั้งแต่การรู้จักคุณสมบัติของไม้ไผ่แต่ละชนิดที่มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้ประโยชน์ในการจักสาน การเตรียมเส้นเพื่อการสานที่เหมาะสมกับการสานผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด แต่ละรูปแบบและที่สำคัญคือการสานขึ้นรูปจนสำเร็จเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานไม้ไผ่ที่นำไปประโยชน์ใช้สอยตามที่ต้องการงานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ จึงยังคงเป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ยังคงมีการสืบทอดต่อกันมา นับจากอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน อ่านต่อ...
หลายคนคงจะสงสัยอยู่ว่าคำว่า "ผะเหวด" มีความหมายอย่างไรคำว่า "ผะเหวด" นั้นเป็นการออกเสียงตามสำเนียงอีสาน มาจากคำว่า "พระเวส" หมายถึงพระเวสสันดร งานบุญผะเหวดเป็น 1 ในประเพณี 12 เดือน หรือฮีตสิบสอง ของชาวตำบลนาคูณใหญ่ โดยพระเพณีนี้จะจัดขึ้นในเดือนที่ 4 ของไทยหรือเดือนมีนาคม โดยกำหนดจัดงานในเดือนมีนาคมทุกปีประเพณีบุญผะเหวดหรือบุญเดือนสี่นั้น สะท้อนให้เห็นถึง ความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนา ซึ่งชาวบ้านตำบลนาคูณใหญ่ ยึดถือและปฏิบัติกันมาช้านานและอย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ เพราะถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดก็ว่าได้การจัดงานบุญผะเหวดนั้นอยู่ที่การเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดกหรือเทศน์มหาชาติ มีจำนวนทั้งหมด 13 กัณฑ์ โดยชาวตำบลนาคูณใหญ่ มีความเชื่อว่าถ้าหากว่าฟังเทศน์ครบทั้งหมดวันเดียว และจัดเตรียมเครื่องคาย (บูชา) ได้ถูกต้อง อ่านต่อ...
ชุมชนชาวบ้านม่วง หมู่ที่ 1,7 ตำบลนาคูณใหญ่ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ได้ร่วมมือกันอนุรักษ์ป่าของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในเขตป่าในเขตพื้นที่อำเภอนาหว้า มาตั้งแต่ในอดีต ซึ่งได้พึ่งพิงป่าชุมชนแห่งนี้ ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งหาอาหารพื้นบ้านจากป่าเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนของคนในชุมชน ต่อมาผู้นำหมู่บ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใหญ่ ณภัทร ศิริวุธ มีความประสงค์ที่จะให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่า เพื่อให้ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เกิดประโยชน์กับชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันพื้นที่ป่าชุมชนมีจำนวน ต้นไม้สำคัญ ประกอบด้วย ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้มะค่า ไม้เต็ง ไม้รัง อ่านต่อ...
ชาวบ้านตำบลนาคูณใหญ่ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมหลังจากพ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วนใหญ่จะว่างงาน ผู้นำครอบครัวที่เป็นผู้ชายก็ต้องทำงานรับจ้างตามฤดู ส่วนแม่บ้านจะทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรหลานส่วนหนึ่งรับจ้างทั่วไป หารายได้พอจุนเจือครอบครัว เพื่อรอฤดูการเพาะปลูกครั้งต่อไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาพรวม ทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่นและไม่มีอาชีพเสริมขาดรายได้ นางสดใส ปิลอง ได้มีแนวความคิดที่อยากมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา อ่านต่อ...